การตั้งค่า Route ใน Odoo 17 Community
Route คืออะไร?
ใน Odoo 17 Community ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ผมเลือกใช้ เราสามารถกำหนดให้สินค้าผ่าน เส้นทาง หรือ Route ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือน Logic ในการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในระบบ เมื่อสินค้าถูกขายหรือย้ายไปตามขั้นตอนที่เรากำหนด การสร้าง Custom Route จึงเปรียบเสมือนการกำหนดกระบวนการเฉพาะสำหรับสินค้านั้น ๆ เพื่อให้ระบบทำงานตามลำดับที่ต้องการ
การตั้งค่า Multi-Step Routes
1. เปิดใช้งาน Multi-Step Routes
ในการตั้งค่า Route เพื่อรองรับการขายสินค้าพร้อมการประกอบในเมนู Manufacture ก่อนส่งกลับไปยังคลังสินค้าเพื่อดำเนินการแพ็คสินค้า เราต้องเริ่มจากการตั้งค่าให้บริษัทสามารถใช้งาน Multi-Step Routes ได้โดย:
-
ไปที่
Settings > Inventory -
ในส่วนของ
Warehouseให้เปิดใช้งานMulti-Step Routes -
ตั้งค่า
Warehouse Routeตามความต้องการ
จากนั้นไปที่การตั้งค่าของ Warehouse (คลังสินค้าหลักของบริษัท) และกำหนดค่า Outgoing Shipments เป็น Send goods in output and then deliver (2 steps) เพื่อให้ระบบสามารถคัดแยกและจัดส่งสินค้าได้อย่างเป็นระบบ
2. การสร้าง Warehouse สำหรับการประกอบสินค้า
เนื่องจากเราต้องการให้สินค้าผ่านกระบวนการประกอบก่อนการจัดส่ง เราจึงต้องสร้างคลังสินค้าใหม่สำหรับการประกอบสินค้า โดยกำหนดค่าดังนี้:
-
ตั้งชื่อ Warehouse เป็น
โกดังประกอบและกำหนด Short Name เช่นASSEM -
กำหนดค่า
Shipmentsเป็น1 Stepสำหรับทุกกระบวนการ -
ในส่วนของ
Resupplyให้เลือก1 Stepและเปิดใช้งานResupply Fromบริษัทหลัก เพื่อให้สามารถดึงสินค้าเข้ามาในกรณีที่จำเป็น
เมื่อสร้างเสร็จสิ้น ระบบจะสร้าง Location อัตโนมัติในรูปแบบ Warehouse Short Name>/Stock เช่น หากตั้ง Short Name เป็น ASSEM จะได้ Location เป็น ASSEM/Stock
3. การสร้าง Operation Type
Operation Type เป็นประเภทของการดำเนินการที่ใช้ติดตามการเคลื่อนย้ายสินค้า โดยต้องสร้างตามลำดับดังนี้:
3.1 Operation สำหรับการประกอบสินค้า (ประกอบ→แพ็ค)
-
Type of Operation:
Manufacturing -
Reference Sequence:
ใบประกอบ-%(y)s%(month)s-<Sequence Size=5> -
Sequence Prefix:
ใบประกอบ -
Reservation Method:
At Confirmation -
Consume Reserved Lots/Serial Numbers automatically:
True -
Default Source Location:
WH/Stock -
Default Destination Location:
ASSEM/Stock
3.2 Operation สำหรับการเตรียมสินค้า (เตรียม→แพ็ค)
-
Type of Operation:
Internal Transfer -
Reference Sequence:
ใบเตรียม-%(y)s%(month)s-<Sequence Size=5> -
Sequence Prefix:
ใบแพ็ค -
Warehouse:
บริษัทหลักของเรา -
Reservation Method:
At Confirmation -
Create New:
True -
Default Source Location:
WH/Stock -
Default Destination Location:
ASSEM/Stock
3.3 Operation สำหรับการแพ็คสินค้า (แพ็ค→เตรียมส่ง)
-
Type of Operation:
Internal Transfer -
Reference Sequence:
ใบแพ็ค-%(y)s%(month)s-<Sequence Size=5> -
Sequence Prefix:
ใบแพ็ค -
Warehouse:
บริษัทหลักของเรา -
Reservation Method:
At Confirmation -
Create New:
True -
Default Source Location:
ASSEM/Stock -
Default Destination Location:
WH/Output
3.4 Operation สำหรับการขนส่งถึงลูกค้า (ขนส่ง→ลูกค้า)
-
Type of Operation:
Delivery -
Reference Sequence:
DLN-%(y)s%(month)s-<Sequence Size=5> -
Sequence Prefix:
DLN -
Warehouse:
บริษัทหลักของเรา -
Reservation Method:
At Confirmation -
Use Existing ones:
True -
Default Source Location:
WH/Output -
Default Destination Location:
Partners/Customers
การสร้าง Route
เมื่อตั้งค่า Operation Type เรียบร้อยแล้ว เราสามารถสร้าง Route ได้โดย:
-
ไปที่
/Configurations/Routeและสร้าง Route ใหม่ -
ตั้งชื่อ Route เป็น
ขนส่งเอกชนและเลือกCompanyเป็นบริษัทหลักของเรา -
ในส่วนของ
Applicable Onให้เลือกSales Order Lines -
กำหนด Rules ตามลำดับดังนี้:
-
ประกอบ→แพ็ค(Action:Manufacture, Supply Method:Take from stock) -
เตรียม→แพ็ค(Action:Pull From, Supply Method:Take from stock, if unavailable, Trigger another rule) -
แพ็ค→เตรียมส่ง(Action:Pull From, Supply Method:Trigger another rule) -
ขนส่ง→ลูกค้า(Action:Pull From, Supply Method:Trigger another rule)
-
หลังจากสร้าง Route เรียบร้อย ให้ทำการทดสอบโดยการขายสินค้า เช่น Shelf ตามกระบวนการที่กำหนด หากทุกอย่างถูกต้อง ระบบจะสร้างเอกสารอัตโนมัติ 4 ใบในกรณีที่มีการประกอบ และ 3 ใบหากเป็นการแพ็คสินค้าเท่านั้น
จุดที่ต้องระวัง (Tricky Part)
- ค่าของ
RouteสำหรับManufactureต้องมีการแก้ไข Prefix ให้ตรงกับ Operation ที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้เอกสารที่เกิดขึ้นในระบบถูกต้องตามที่กำหนด
สรุป
การตั้งค่า Route ใน Odoo 17 Community ช่วยให้สามารถกำหนดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าตามลำดับที่ต้องการ โดยการสร้าง Multi-Step Routes, Warehouse, Operation Type และการกำหนด Route ที่เหมาะสมกับกระบวนการขายของบริษัท เมื่อกำหนดค่าเสร็จสิ้น ระบบจะสามารถดำเนินการตามลำดับที่กำหนดและช่วยให้การจัดการสินค้ามีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น